บริหารจัดการอาคาร: ชนิดของหัวกระจายน้ำดับเพลิง สปริงเกอร์ดับเพลิงมีหลากหลายชนิด ตามมาตรฐาน NFPA13 ได้มีการแบ่งประเภทสปริงเกอร์ไว้ถึง 14 แบบ เช่น ESFR, Extend Coverage Sprinkler, Large Drop Sprinkler, Convensional Sprinkler, Open Sprinkler, Standard Spray Sprinkler etc.

สปริงเกอร์ดับเพลิงมีหลากหลายชนิด ตามมาตรฐาน NFPA13 ได้มีการแบ่งประเภทสปริงเกอร์ไว้ถึง 14 แบบ เช่น ESFR, Extend Coverage Sprinkler, Large Drop Sprinkler, Convensional Sprinkler, Open Sprinkler, Standard Spray Sprinkler etc.

โดยแต่ละชนิดก็จะมีผลิตภัณฑ์อีกหลายแบบ แต่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอาคารทั่วไปเป็นแบบ Standard Spray Sprinkler, ½”orifice, K=5.6 ชนิดกะเปาะแก้ว Glass Bulb ทำงานโดยเมื่อเกิดความร้อนถึงอุณหภูมิของสปริงเกอร์ที่กำหนดไว้ โดยสีของกะเปาะแก้วจะบ่งบอกถึงอุณหภูมิทำงานของสปริงเกอร์ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล โดยในพื้นที่ทั่วไปมักจะติดตั้งสปริงเกอร์กะเปาะสีส้มหรือสีแดง ซึ่งจะทำงานที่อุณหภูมิ 135°F (57°C) หรือ 155°F (68°C)

แต่สำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่อาจมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เช่น ในห้องครัว ก็จะเลือกอุณหภูมิทำงานที่สูงกว่า เช่น 200°F (93°C) เป็นต้น นอกจากนั้นจะต้องเลือกรูปแบบการติดตั้งตามพื้นที่ เช่น แบบหัวคว่ำ (Pnedent), แบบหงาย (Up-right), แบบติดข้างผนัง (Side-wall) โดยผู้ออกแบบงานระบบจะสามารถคำนวณและดำเนินการออกแบบตามรูปแบบของอาคารได้

โดยหัวกระจายน้ำดับเพลิงหนึ่งตัวแบบมาตรฐานตาม NFPA 13 จะสามารถครอบคลุมพื้นที่ในอาคารที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ (Light Hazard) ได้ไม่เกิน 200 ตารางฟุต โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง และหากเป็นอาคารที่มีความเสี่ยงภัยสูงปานกลาง (Ordinary Hazard) หรืออาคารที่มีความเสี่ยงภัยสูง (Extra Hazard) การออกแบบก็จะต้องลดจำนวนพื้นที่ลงเหลือ 130 ตารางฟุต และ 90 ตารางฟุตต่อตัวตามลำดับ และจะต้องติดตั้งครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งอาคาร โดยจะมีข้อยกเว้นในบางพื้นที่ที่ไม่ควรติดตั้ง เช่น ในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาล ห้องควบคุม ซึ่งอาจต้องติดตั้งระบบดับเพลิงประเภทอื่นๆ ทดแทน

ทำไมต้องติดตั้งระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง

หัวกระจายน้ำดับเพลิงไม่เพียงสามารถป้องกันชีวิตแต่ยังช่วยลดความสูญเสียของทรัพย์สินอันมีค่า ซึ่งในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงหรือสปริงเกอร์จะทำงานอัตโนมัติ โดยจะช่วยลดความร้อนอย่างรวดเร็ว และดับเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือช่วยลดความรุนแรงของเพลิงก่อนจะลุกลามไปยังจุดอื่นๆ จนยากจะควบคุมได้ จากการทดสอบอาคารที่ไม่มีระบบสปริงเกอร์ หากเกิดเพลิงไหม้จะเกิดความสูญเสียมากกว่าอาคารที่มีระบบสปริงเกอร์หลายเท่าตัว

ประโยชน์ของระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง

ทำงานได้อัตโนมัติ เมื่อเกิดเพลิงไหม้
ป้องกันอันตรายครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งอาคารหรือโรงงาน
มีระบบกริ่งสัญญาณเตือนภัย เมื่อติดตั้งพร้อมวาล์วสัญญาณแจ้งเหตุ (Alarm Check Valve)
ลดความร้อนและดับเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

อุปกรณ์ประกอบของระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง

ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงหรือสปริงเกอร์จะทำงานอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ดังนี้
เครื่องสูบน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Pump)
วาล์วสัญญาณแจ้งเหตุ (Alarm Check Valve)
วาล์วควบคุม (Floor Control Valve)
ตัวจับสัญญาณการไหลของน้ำ (Water Flow Detector)

ดังนั้น ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงจึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ คำนวณ และติดตั้ง เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินอันมีค่าของท่าน นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ ควรผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันที่เชื่อถือได้ เช่น Uunderwriter Laboratories (UL) หรือ Factory Mutual (FM) เป็นต้น

ส่วนประกอบของหัวกระจายน้ำดับเพลิง

หัวกระจายน้ำดับเพลิงประกอบด้วยวัสดุหลักดังนี้
ตัวผลิตภัณฑ์ (Frame)
แผ่นกระจายน้ำ (Deflector)
กระเปาะแก้ว (Bulb)
ซีล (Seal/cap)

โดยหัวกระจายน้ำดับเพลิงรุ่นมาตรฐาน จะสามารถทนแรงดันใช้งานได้ถึง 250 psi. และผ่านการทดสอบแรงดันไม่น้อยกว่า 500 psi. และได้รับการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้